เครื่องมือ 05
Readability Score
วางข้อความภาษาอังกฤษเพื่อดูคะแนน Flesch Reading Ease, Flesch-Kincaid Grade Level และ Gunning Fog Index คำนวณทั้งหมดในเบราว์เซอร์
วางอย่างน้อย 5 คำเพื่อวิเคราะห์
คู่มือคะแนน Flesch
เครื่องมือตรวจสอบ Readability Score คืออะไร?
เครื่องมือตรวจสอบ Readability Score วัดว่าข้อความของคุณอ่านง่ายแค่ไหนด้วยสูตร Flesch Reading Ease ซึ่งให้คะแนน 0 ถึง 100 จากความยาวประโยคและจำนวนพยางค์ต่อคำ คะแนนสูงหมายถึงอ่านง่ายกว่า ตารางด้านบนเทียบแต่ละช่วงกับตัวอย่างจริง
ความอ่านง่ายส่งผลต่อ SEO ทางอ้อมแต่ทรงพลัง ผู้เข้าชมที่เข้าใจหน้าของคุณอยู่นานกว่า เลื่อนดูมากกว่า และ convert บ่อยกว่า ผู้ที่เจอกำแพงศัพท์เทคนิคจะกดกลับไปหน้าผลการค้นหา สำหรับคอนเทนต์เว็บส่วนใหญ่รวมถึงหน้าขาย การเขียนที่เรียบง่ายชนะแม้กับผู้อ่านระดับผู้เชี่ยวชาญ
วิธีใช้งาน
- 1วางร่างข้อความของคุณในช่อง
- 2อ่านคะแนน Flesch และดูว่าตกอยู่ในช่วงความยากใด
- 3ดูสถิติประกอบ: ความยาวประโยคเฉลี่ยและพยางค์ต่อคำบอกว่าตัวไหนกำลังดึงคะแนนลง
- 4ย่อประโยคที่ยาวที่สุด เปลี่ยนคำซับซ้อนเป็นคำง่าย แล้วตรวจใหม่จนถึงช่วงเป้าหมาย
คำถามที่พบบ่อย
คะแนน Flesch Reading Ease ที่ดีสำหรับคอนเทนต์เว็บคือเท่าไหร่?
ตั้งเป้า 60 ถึง 70 สำหรับคอนเทนต์เว็บทั่วไป: นั่นคือภาษาที่เด็กอายุ 13 ถึง 15 ปีตามได้ หน้าการตลาดและอีคอมเมิร์ซมักได้ประโยชน์จาก 70+ คอนเทนต์ B2B หรือเทคนิคเฉพาะทางอยู่ต่ำกว่าได้ แต่แม้ผู้อ่านผู้เชี่ยวชาญก็ชอบการเขียนที่ชัดเจน: ความซับซ้อนควรมาจากไอเดีย ไม่ใช่ประโยค
ความอ่านง่ายมีผลโดยตรงต่ออันดับ Google หรือไม่?
Google บอกว่าสูตรความอ่านง่ายไม่ใช่ปัจจัยการจัดอันดับ ผลคือทางอ้อม: หน้าที่อ่านง่ายรั้งผู้เข้าชมนานกว่า ได้ลิงก์และแชร์มากกว่า และตอบคำค้นเร็วกว่า ทั้งหมดสัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่ดีกว่า เขียนให้ชัดเจนเพื่อผู้อ่าน แล้วประโยชน์ด้านการค้นหาจะตามมาเอง
จะปรับปรุงคะแนนความอ่านง่ายที่ต่ำได้อย่างไร?
สามวิธีจัดการได้เกือบทุกกรณี: แบ่งประโยคที่ยาวกว่าประมาณ 25 คำเป็นสองประโยค เปลี่ยนคำหลายพยางค์เป็นคำสั้นกว่า และแบ่งย่อหน้ายาวให้แต่ละย่อหน้ามีหนึ่งไอเดีย การอ่านออกเสียงจะเผยประโยคที่ต้องผ่าตัดทันที